เฝ้าระวังอาการผิดปกติของทุเรียนช่วงติดผล เพื่อผลผลิตคุณภาพ

เฝ้าระวังอาการผิดปกติของทุเรียนช่วงติดผล เพื่อผลผลิตคุณภาพ
การดูแลทุเรียนในช่วงติดผลเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะเป็นช่วงที่ผลทุเรียนกำลังพัฒนา ทั้งในด้านโครงสร้าง น้ำหนัก และคุณภาพ หากต้นทุเรียนไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจเกิดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิต เช่น ผลร่วง เปลือกบาง เนื้อไม่แน่น หรือรสชาติผิดเพี้ยน ดังนั้น เกษตรกรควรเฝ้าระวังอาการผิดปกติของทุเรียนในช่วงนี้ให้ดี เพื่อให้ได้ผลผลิตที่สมบูรณ์ มีคุณภาพ และขายได้ราคาสูง
อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในช่วงทุเรียนติดผล
1. ผลร่วงก่อนกำหนด ปัญหาผลร่วงเป็นปัญหาหลักที่เกษตรกรพบในช่วงติดผล ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • ขาดแคลเซียม (Ca) ทำให้เปลือกผลบางและไม่แข็งแรง
  • ขาดโบรอน (B) ทำให้ขั้วผลไม่แข็งแรง หลุดร่วงง่าย
  • ความชื้นในดินไม่คงที่ เกิดจากฝนตกหนักสลับกับอากาศร้อน
  • โรคและแมลงเข้าทำลาย เช่น เพลี้ยไฟและหนอนเจาะผล
    แนวทางแก้ไข: 
  • เสริมแคลเซียมและโบรอนให้ต้นทุเรียนเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของเปลือกและขั้วผล
  • ควบคุมระดับความชื้นในดิน ไม่ให้แห้งหรือแฉะเกินไป
  • ใช้วิธีป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืชอย่างเหมาะสม
  1. เปลือกบาง แตกง่าย
    หากทุเรียนมีเปลือกบางหรือแตกง่าย อาจเกิดจากการขาดแคลเซียมและซัลเฟอร์ (S) ซึ่งเป็นธาตุสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแรงของเปลือก
    แนวทางแก้ไข:
  • ใส่ปุ๋ยที่มีแคลเซียมและซัลเฟอร์ เช่น ยิปซัม หรือแคลเซียมซัลเฟต 
  • ควบคุมปริมาณน้ำในสวนให้สม่ำเสมอ เพื่อลดความเครียดของต้นทุเรียน 
  • หลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป เพราะอาจทำให้เปลือกบางลง
  1. เนื้อไม่แน่น ฟ่าม และรสชาติไม่หวาน
    เนื้อทุเรียนที่ฟ่าม ไม่แน่น และไม่มีรสชาติหวาน อาจเกิดจากการขาดแมกนีเซียม (Mg) และโพแทสเซียม (K) ซึ่งเป็นธาตุสำคัญในการสะสมแป้งและน้ำตาลในผลทุเรียน
    แนวทางแก้ไข:
  • ใส่ปุ๋ยโพแทสเซียมสูง (เช่น 0-0-50) ในช่วงผลพัฒนาเต็มที่ 
  • เติมแมกนีเซียมเพื่อช่วยให้ต้นสามารถสังเคราะห์แสงและสร้างแป้งได้ดีขึ้น 
  • หลีกเลี่ยงการให้น้ำมากเกินไปในช่วงผลโตเต็มที่ เพราะอาจทำให้เนื้อจืดและไม่หวาน
  1. ผลโตช้า น้ำหนักไม่เพิ่ม
    การที่ผลทุเรียนโตช้าหรือน้ำหนักไม่เพิ่ม อาจเกิดจากโครงสร้างรากที่ไม่แข็งแรง ทำให้ต้นดูดซึมธาตุอาหารได้ไม่เต็มที่ หรือขาดสารอาหารที่จำเป็น
    แนวทางแก้ไข:
  • ปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุย โดยใช้ยิปซัมเพื่อช่วยให้รากเดินดีขึ้น 
  • ใช้ปุ๋ยที่มีซัลเฟอร์ร่วมด้วย เพราะช่วยให้ต้นดูดซึมไนโตรเจนได้ดีขึ้น 
  • ตรวจสอบค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมต่อการดูดซึมธาตุอาหาร (pH 5.5-6.5)

 

ช่วงติดผลเป็นช่วงที่ทุเรียนต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อคุณภาพผลผลิต เกษตรกรควรให้ความสำคัญกับธาตุอาหารหลัก เช่น แคลเซียม ซัลเฟอร์ แมกนีเซียม และโพแทสเซียม รวมถึงการจัดการดินและน้ำให้เหมาะสม หากดูแลได้ครบถ้วน ทุเรียนจะออกผลสมบูรณ์ เนื้อแน่น หวาน หอม และขายได้ราคาดีแน่นอน

 

สั่งซื้อยิปซัมกรีนแคลได้ทันทีที่ คลิกที่นี่ หรือโทรหาเราเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ 

กรีนแคลแมกชนิดเม็ด

คลิก เพื่อดูรายละเอียดสินค้า

กรีนแคลแมกชนิดผง

คลิก เพื่อดูรายละเอียดสินค้า

กรีนแคลชนิดเม็ด

คลิก เพื่อดูรายละเอียดสินค้า

กรีนแคลชนิดผง

คลิก เพื่อดูรายละเอียดสินค้า

ข้อมูลติดต่อ

© 2024 GreenCal (Thailand) Co.,Ltd.